พันธกรณี อนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง

อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของ ของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and their Disposal: Basel Convention) หรือเรียกกันย่อๆว่า อนุสัญญาบาเซล มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากของเสียอันตรายและการป้องกันอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศกำลังพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ...

เนื่องจากสารเคมีทางด้านการเกษตรหลายประเภทสามารถก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการเคลื่อนย้ายและการจัดเก็บ จึงต้องมีการห้ามใช้ หรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวด รวมถึงการจัดทำสูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ประเทศไทยได้ให้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ทั้งนี้ อนุสัญญาฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 ในการป้องกันมิให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อนุสัญญานี้จึงเน้น การส่งเสริมความร่วมมือและรับผิดชอบระหว่างประเทศในเรื่องการค้าสารเคมีอันตรายบางชนิด โดยให้มีการแจ้งหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของสารเคมีแก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจของชาติได้ทราบถึงการนำเข้าและส่งออกสารเคมีอันตรายต้องห้ามหรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดและสูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง และให้มีการกระจายข่าวการตัดสินใจนี้แก่ภาคีสมาชิก ทั้งนี้ UNEP และ FAO...

อนุสัญญากรุงสต็อกโฮล์ม ว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants: POPs) หรือเรียกย่อว่า อนุสัญญา POPs มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (POPs) ปัจจุบันนี้ สารเคมี POPs ที่ถูกกำหนดขึ้นมี 12 ชนิดคือ อัลดริน (aldrin) คลอเดน (chlordane)...

อนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการปกป้องบรรยากาศชั้นโอโซน (Vienna Convention for the Protection of the Ozone Layer) ได้เริ่มจัดตั้งในปี ค.ศ. 1985 (พ.ศ. 2528) เพื่อกระตุ้นให้มีการทำวิจัยและการเผยแพร่ผลเสียของการเกิดช่องโหว่ในบรรยากาศชั้นโอโซนที่ค้นพบครั้งแรกบริเวณ Antarctic ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 ประเทศภาคีได้จัดทำพิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol on...

อนุสัญญาแรมซาร์ ว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ (Convention on Wetlands of International Importance: Ramsar Convention) เพื่อกำหนดกรอบการทำงานร่วมมือระหว่างประเทศรัฐภาคีในการอนุรักษ์และยับยั้งการสูญสียระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด (wise use) และอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศและพื้นที่ชุ่มน้ำที่หลายประเทศเป็นเจ้าของและใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้จะต้องไม่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของรัฐภาคีที่เป็นเจ้าของพื้นที่ชุ่มน้ำ พันธกรณีของประเทศรัฐภาคี คือ แต่ละประเทศจะต้องคัดเลือกพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติหรือระหว่างประเทศอย่างน้อย 1 แห่งบรรจุใน “ทะเบียนรายชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ” และต้องมีมาตรการส่งเสริมการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีอยู่ในทะเบียนด้วย และต้องมีการวางแผนดำเนินงานการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดไม่ว่าพื้นที่ชุ่มน้ำจะอยู่ในทะเบียนหรือไม่ อีกทั้งต้องมีการวางแผนการปรึกษากับประเทศรัฐภาคีอื่นที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำร่วมกัน ทั้งนี้...