2

พัฒนาการของอาเซียน

กำเนิดอาเซียนและวัตถุประสงค์ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียน (Association of South East Asian Nations : ASEAN) ก่อตั้ง ขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) ลงนามโดย รัฐมนตรีจาก 5 ประเทศ ได้แก่ นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตุน อับดุล ราซัก บิน ฮุสเซน รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติประเทศมาเลเซีย นายนาซิโซ รามอส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์นายเอส ราชารัตนัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และพันเอก (พิเศษ) ดร.ถนัด คอมันตร์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความ เข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงปลอดภัยทางการเมือง สร้างสรรค์ความ เจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม การกินดีอยู่ดีบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน จากเจตจำนงที่สอดคล้องกันนี้นำไปสู่การขยายสมาชิกภาพ โดยบรูไน ดารุสซาลาม ได้เข้าเป็นสมาชิกในลำดับที่ 6 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2527 สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 7 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2538 สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห ่งสหภาพเมียนมาร์เข้าเป็นสมาชิกพร้อมกัน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2540 และราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าเป็น สมาชิก ลำดับที่ 10 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542 ทำให้ปัจจุบัน อาเซียนมีสมาชิกรวมทั้งหมด 10 ประเทศ

ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7 ประการ ของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่

(1) ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร

(2) ส่งเสริมสันติภาพ และความมั่นคงส่วนภูมิภาค

(3) เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรือง ทางเศรษฐกิจ พัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค

(4) ส่งเสริม ให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี

(5) ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรูปของการฝึกอบรมและ การวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

(6) เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยาย การค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม

(7) เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอกองค์การความ ร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่น ๆ และองค์การระหว่างประเทศ

นโยบายการดำเนินงานของอาเซียนจะเป็นผลจากการประชุม หารือในระดับหัวหน้ารัฐบาล ระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโส อาเซียน ทั้งนี้การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) หรือ การ ประชุมของผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นการประชุมระดับสูงสุดเพื่อ กำหนดแนวนโยบายในภาพรวมและเป็นโอกาสที่ประเทศสมาชิก ได้ร่วมกันประกาศเป้าหมายและแผนงานของอาเซียนในระยะยาว ซึ่งจะปรากฏเป็นเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ แผนปฏิบัติการ (Action Plan) แถลงการณ์ร่วม (Joint Declaration) ปฏิญญา (Declaration) ความตกลง (Agreement) หรืออนุสัญญา (Convention) ส่วนการประชุมในระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจะเป็นการประชุม เพื่อพิจารณาทั้งนโยบายในภาพรวมและนโยบายเฉพาะด้าน

อาเซียนได้ลงนามร่วมกันในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือใน อาเซียน ฉบับที่ 2 (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord II) เพื่อประกาศจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายในปี 2563 หรือ ค.ศ. 2020 โดยสนับสนุน การรวมตัวและความร่วมมืออย่างรอบด้าน ในด้านการเมือง ให้ จัดตั้ง “ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน” หรือ ASEAN Political-Security Community (APSC) ด้านเศรษฐกิจให้จัดตั้ง “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” หรือ ASEAN Economic Community (AEC) และด้านสังคมและวัฒนธรรมให้จัดตั้ง “ประชาคมสังคมและ วัฒนธรรมอาเซียน” หรือ ASEAN Socio-Cultural Community (ASCC) ซึ่งต่อมาผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบให้เร่งรัดการรวมตัวเป็น ประชาคมอาเซียนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีก 5 ปี คือภายในปี 2558 หรือ ค.ศ. 2015 โดยได้เล็งเห็นว่าสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว อาเซียนจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถคงบทบาทนำ ในการดำเนินความสัมพันธ์ในภูมิภาคและตอบสนองความต้องการ ของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ASEAN pillars

“ประชาคมอาเซียน” เป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของ ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถ ในการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงความสามารถ ในการรับมือกับปัญหาใหม่ ๆ ระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย หรืออาจกล่าวได้ว่า การเป็น ประชาคมอาเซียนคือการทำให้ประเทศสมาชิกรวมเป็น “ครอบครัว เดียวกัน” มีความแข็งแกร่งและมีภูมิต้านทานที่ดีสมาชิกในครอบครัว มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีปลอดภัย และสามารถทำมาค้าขายได้อย่าง สะดวกยิ่งขึ้น แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนตกลง จัดตั้งประชาคมอาเซียนซึ่งถือเป็นการปรับปรุงและวางรากฐาน การพัฒนาของอาเซียนครั้งใหญ่คือ สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ทำให้อาเซียน ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ เช่น โรคระบาด อาชญากรรม ข้ามชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน และความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการไม่สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจกับ ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐ อินเดียได้ เพราะประเทศเหล่านี้ มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อย่างก้าวกระโดด ประชาคมอาเซียนถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ตุลาคม 2546 จากการที่ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่า ด้วยความร่วมมืออาเซียน (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord) เห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียน ภายใน ปี2563 ต่อมาในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 12 ในเดือนมกราคม 2550 ที่เซบู ฟิลิปปินส์ ผู้นำอาเซียนได้ตกลงให้มี การจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นภายในปี2558 ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วยความร่วมมือ 3 ด้านซึ่ง เปรียบเสมือนเสาหลักสามเสาที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ได้แก่ ประชาคม การเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political – Security Community – APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC)

ที่มาของข้อมูล: http://www.aseanthai.net/download/thai-asean2.pdf
ที่มาของรูปภาพ    http://aseanthailand2.blogspot.com/2013/09/3.html

3

ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political – Security Community)

อาเซียนได้ตกลงที่จะให้ประชาคมการเมืองและความมั่นคง มี เป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

(1) ประชาคมที่มีกติกาและมีการพัฒนาค่านิยมและบรรทัดฐาน ร่วมกัน (A rules-based Community of shared values and norms) ซึ่งมี 2 หลักการที่ต้องยึดมั่นควบคู่กันไป กล่าวคือการ ไม่แทรกแซงกิจการภายใน และการส่งเสริมค่านิยมของประชาชน (Community values)

(2) ประชาคมที่ทำให้ภูมิภาคมีความเป็นเอกภาพ มีความสุข มีความแข็งแรง พร้อมทั้งมีความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหา ความมั่นคงที่ครอบคลุมในทุกมิติ (A cohesive, peaceful and resilient region with shared responsibility for comprehensive security) ซึ่งเป็นความพยายามที่จะส่งเสริมให้อาเซียนพึ่งพาอาศัยกลไก ของตนมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่าง ๆ ในภูมิภาค

(3) ประชาคมที่ทำให้เป็นภูมิภาคที่มีพลวัต และมองไปยังโลกภายนอกที่มีการรวมตัวกันและลักษณะพึ่งพาซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น (A dynamic and outward looking region in an increasingly integrated and interdependent world) ซึ่งสะท้อนถึงการที่อาเซียน ยอมรับว่าไม่ควรมุ่งเพียงเรื่องภายใน แต่เน้นการสร้างหุ้นส่วนกับ โลกภายนอกให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน ไทยกับการสร้างประชาคมการเมืองและความมั่นคง

  • ส่งเสริมค่านิยมของประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และหลักการ นิติธรรมในอาเซียน โดยมุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในงานที่เกี่ยวข้อง กับประชาคมการเมืองและความมั่นคง และมุ่งดำเนินภารกิจทาง มนุษยธรรมมากกว่าด้านการเมือง ในการแก้ไขปัญหา Non – Traditional Threats เช่น การค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์เป็นต้น
  • ส่งเสริมให้มีความโปร่งใสมากขึ้นระหว่างฝ่ายกลาโหม อาเซียน โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่อง Arms Modernization และ การส่งผู้สังเกตการณ์ในการซ้อมรบ ควรมีความร่วมมือกันให้มาก ยิ่งขึ้นในเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติ และการปฏิบัติการรักษา สันติภาพ
  • ส่งเสริมความร่วมมือของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาร่วมกันในเรื่องของ (1) ปฏิบัติการรักษาสันติภาพ (2) การบริหาร จัดการภัยพิบัติโดยเฉพาะการจัดทำระบบและยุทธศาสตร์บูรณาการ โดยประสานการทำงานของฝ่ายพลเรือน ฝ่ายกลาโหมอาเซียนและ สำนักเลขาธิการอาเซียน และ (3) การส่งเสริมความมั่นคงทางทะเล และการปราบปรามโจรสลัด

ที่มาของข้อมูล: http://www.aseanthai.net/download/thai-asean2.pdf

4

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)

อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2558 โดยมีเป้าหมายอาเซียนมีตลาดและฐานการผลิตเดียวกันและ มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมืออย่าง เสรีอาเซียนได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint) ซึ่งเป็นแผนงานบูรณาการ การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 4 ด้าน คือ

(1) การตลาดและฐานการผลิตเดียว โดยจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรีรวมทั้งการเคลื่อนย้าย เงินทุนอย่างเสรีมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมการรวมกลุ่มสาขา สำคัญของอาเซียนให้เป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดเป้าหมายเวลาที่จะ ค่อย ๆ ลดหรือยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษีสำหรับประเทศสมาชิก เก่า 6 ประเทศภายในปี2553 เปิดตลาดภาคบริการและเปิดเสรี การลงทุนภายในปี2558 และเปิดเสรีการลงทุนภายในปี 2553

(2) การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของ อาเซียนโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านนโยบายที่จะช่วยส่งเสริม การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการแข่งขัน การคุ้มครอง ผู้บริโภค สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นโยบายภาษีและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (การเงิน การขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงาน)

(3) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ให้มีการพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการเสริมสร้างขีด ความสามารถผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น ข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของ อาเซียน (Initiative for ASEAN Integration – IAI) เป็นต้นเพื่อลด ช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก

(4) การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก เน้นการปรับประสาน นโยบายเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาค เพื่อให้อาเซียนมีท่าทีร่วมกันอย่างชัดเจน เช่น การจัดทำเขตการค้าเสรี ของอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริม การสร้างเครือข่ายในด้านการผลิต/จำหน่ายภายในภูมิภาคให้เชื่อมโยง กับเศรษฐกิจโลก

  • การเปิดเสรีการค้าสินค้า ได้แก่ สินค้าในบัญชีลดภาษี จำนวน 8,287 รายการ ซึ่งได้ลดภาษีลงเหลือ 0% และสินค้าใน บัญชีอ่อนไหว ประกอบด้วย กาแฟ มันฝรั่ง มะพร้าวแห้ง และไม้ ตัดดอก จำนวน 13 รายการย่อย ซึ่งลดภาษีลงเหลือ 5% ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2553
  • การเปิดเสรีการค้าบริการ อาเซียนวางเป้าหมายจะทำการ เปิดเสรีการค้าบริการรวมทั้งสิ้น 12 สาขาใหญ่ ประกอบด้วย 128 สาขาย่อย ภายในปี2558 โดยการยกเลิกอุปสรรคในการให้บริการ ทุกรูปแบบและเปิดให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้อย่างน้อยร้อยละ 70 โดยแผนงานการเปิดเสรีการค้าบริการมีดังนี้ – สาขาบริการเร่งรัด (Priority Integration Sector : PIS) – สาขาโลจิสติกส์
  • การเปิดเสรีการลงทุน อาเซียนได้ลงนามกรอบความตกลง ว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน (Framework Agreement on the ASEAN Investment Area: AIA) ในปี2541 มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้อาเซียนเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุน ทั้งจากภายในและภายนอก อาเซียน และมีเป้าหมายในการเปิดเสรีการลงทุนในปี2558
  • การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีอาเซียนมีเป้าหมาย ในการส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีโดยอำนวยความสะดวก การเดินทางบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนในด้านต่าง ๆ อาทิ การตรวจลงตรา การออกใบอนุญาตทำงาน สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพและแรงงานฝีมืออาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการค้า ข้ามพรมแดน และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนการเคลื่อนย้าย แรงงานฝีมือภายในภูมิภาค โดยดำเนินการ 2 แนวทาง คือ – การจัดตั้งกรอบทักษะฝีมือแรงงานระดับประเทศ เพื่อใช้ เป็นแนวทางในการนำไปสู่กรอบการยอมรับฝีมือแรงงานของอาเซียน – การจัดทำข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) สำหรับผู้ประกอบ วิชาชีพบริการ 8 ฉบับ ได้แก่ วิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม ช่างสำรวจ ท่องเที่ยว แพทย์ ทันตแพทย์ และการบัญชี
  • การดำเนินงานตามความร่วมมือสาขาอื่น ๆ เช่น ความ ร่วมมือด้านเกษตร อาหารและป่าไม้ ความร่วมมือด้านทรัพย์สิน ทางปัญญา การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน (การคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงาน) ความร่วมมือด้านเหมืองแร่ พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ความร่วมมือด้านการเงิน ความร่วมมือด้านวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการพัฒนาเพื่อการรวมกลุ่ม ของอาเซียน (IAI)

ที่มาของข้อมูล: http://www.aseanthai.net/download/thai-asean2.pdf

9

ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio – Cultural Community)

อาเซียนมุ่งหวังประโยชน์จากการรวมตัวกันเพื่อทำให้ประชาชน มีการอยู่ดีกินดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีความ รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียว โดยมีความร่วมมือเฉพาะด้าน (Functional Cooperation) ภายใต้ประเด็นเชิงสังคมและวัฒนธรรมที่ครอบคลุม ในหลายด้าน ได้แก่ เยาวชน การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์สิทธิมนุษยชน สาธารณสุข วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม สตรีแรงงาน การขจัดความยากจน สวัสดิการสังคมและการพัฒนา วัฒนธรรมและสารนิเทศ กิจการพลเรือน การตรวจคนเข้าเมืองและ กงสุล ยาเสพติด การจัดการภัยพิบัติและสิทธิมนุษยชน โดยมีคณะ ทำงานอาเซียนรับผิดชอบการดำเนินความร่วมมือในแต่ละด้าน อาเซียนได้ตั้งเป้าการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียนในปี 2558 โดยมุ่งหวังในการเป็นประชาคมที่มีประชาชน เป็นศูนย์กลาง มีสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ประชากรอาเซียนมี สภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีการพัฒนาในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์อาเซียน (ASEAN Identity) เพื่อรองรับการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน อาเซียนได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียน (ASEAN Socio – Cultural Community Blueprint) ซึ่ง ประกอบด้วยความร่วมมือใน 6 ด้าน ได้แก่

(1) การพัฒนามนุษย์ (Human Development)

(2) การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม (Social Welfare and Protection)

(3) สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights)

(4) ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability)

(5) การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน (Building an ASEAN Identity)

(6) การลดช่องว่างทางการพัฒนา (Narrowing the Development Gap)

โดยมีกลไกการดำเนินงาน 3 ระดับได้แก่

  1. คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio – Cultural Community Council) ประชุมปีละ 2 ครั้ง และรายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการตาม ASCC Blueprint ต่อ ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน
  2. คณะกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสังคมและวัฒนธรรม อาเซียน (Socio-Cultural Committee of the Senior Officials – SOCA) ประชุมประมาณปีละ 4 ครั้ง โดยจะสรุปรายงานผลการ ดำเนินการของ ASCC Blueprint ต่อ ASCC Council
  3. Sectoral bodies ใน ASCC ขับเคลื่อนการดำเนินการ ตาม ASCC Blueprint โดยกรอบการประชุมระดับรัฐมนตรีและ เจ้าหน้าที่อาวุโส (ปลัดกระทรวงฯ) ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สารนิเทศ (กรมประชาสัมพันธ์ เป็น National Focal Point) วัฒนธรรมและ ศิลปะ (กระทรวงวัฒนธรรม) การศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการ) ภัยพิบัติ(กระทรวงมหาดไทย – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย – ระดับกรรมการ ACDM) สิ่งแวดล้อม และสมัชชารัฐภาคีความ ตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษหมอกควัน (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม) สาธารณสุข (กระทรวงสาธารณสุข) แรงงาน (กระทรวงแรงงาน) พัฒนาชนบทและขจัดความยากจน (กระทรวง มหาดไทย) สวัสดิการสังคมและการพัฒนา เยาวชน และสตรี (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ข้าราชการ พลเรือน (สำนักงานข้าราชการพลเรือน) กีฬา (กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา)

ที่มาของข้อมูล: http://www.aseanthai.net/download/thai-asean2.pdf

แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (Master Plan on ASEAN Connectivity)

ASEAN Connectivity

วิสัยทัศน์อาเซียนปี 2563 (ค.ศ. 2020) ได้กำหนดให้ อาเซียนเป็นศูนย์รวมของชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ร่วมกัน อย่างมีสันติภาพ มั่นคง และเจริญรุ่งเรือง รวมตัวกันเป็นหุ้นส่วน ของการพัฒนาอย่างมีพลวัตร และเป็นประชาคมที่เอื้ออาทร การส่งเสริมความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคมีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดช่องว่างการพัฒนาโดย การกระจายประโยชน์ของการเจริญเติบโตไปยังกลุ่มและชุมชนที่ พัฒนาน้อยกว่าที่มีความยากจน รวมทั้งส่งเสริมความสามารถในการ แข่งขันของอาเซียน และเชื่อมต่อชาติสมาชิกอาเซียน ในภูมิภาคให้เข้า กับประชาคมโลก แนวคิดเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน จะส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดการรวมตัวของอาเซียนและขยายกว้างขึ้นไปยังเอเชียตะวันออก และความเชื่อมโยงในภูมิภาคที่ลึกซึ้งและ กว้างขวางขึ้นนี้จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่จุดยืนของอาเซียนในฐานะ เป็นแกนกลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออก และรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน ซึ่งจะเกิดความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้นจากการบรรลุ ถึงศักยภาพของความเชื่อมโยงดังกล่าว อาเซียนมีความมุ่งมั่นเพียรพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะดำเนิน การตามกฎบัตรอาเซียนและแผนงานการดำเนินการไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน การเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึง จุดแข็ง ศักยภาพ และความท้าทายของการสร้างประชาคมอาเซียน โดยต่อยอดจากพัฒนาการและความสำเร็จของกรอบความ ร่วมมือต่าง ๆ ภายในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเสนอแนวทางในการ จัดการกับประเด็นท้าทายต่าง ๆ ตลอดจนแนวทางในการเสริมสร้าง ขีดความสามารถ การลดช่องว่างทางการพัฒนา และการขจัดความ แตกต่างระหว่างกันทางสังคมและวัฒนธรรมในอาเซียน

ผู้นำอาเซียนได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “การเชื่อมโยงระหว่าง กันในอาเซียน” ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่ ชะอำ หัวหิน ประเทศไทย เมื่อปี2552 เพื่อเสริมสร้างขีดความ สามารถของอาเซียนในการแข่งขันในเวทีโลก โดยเล็งเห็นว่า การ เชื่อมโยงที่กว้างขวางขึ้นจะนำผลประโยชน์หลายด้านสู่อาเซียน และ มีมติให้จัดตั้งคณะทำงานระดับสูง (High level Task Force on ASEAN Connectivity : HLTF – AC) เพื่อจัดทำแผนแม่บทว่าด้วย ความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ให้ครอบคลุมด้านโครงสร้าง พื้นฐาน ด้านกฎระเบียบและด้านประชาชน ที่จะช่วยนำอาเซียนไปสู่ การเป็นประชาคมอาเซียนในปี2558 อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ อาเซียนได้จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานของอาเซียนว่าด้วยความ เชื่อมโยงระหว่างกันในภูมิภาค (ASEAN Connectivity Coordinating Committee : ACCC) ใน 3 มิติ ได้แก่ ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเชื่อมโยงด้าน กฎระเบียบ และความเชื่อมโยงด้านประชาชน

  1. ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ครอบคลุมถึง โครงสร้าง พื้นฐานด้านการขนส่ง ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่จะให้บริการด้านต่าง ๆ และสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียนมีบูรณาการทั้ง ทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม โดยการอำนวยความสะดวกทาง การค้า การลงทุน การลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทางการค้าและการ อำนวยความสะดวกในการติดต่อระหว่างประชาชน

1.1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบก ทางทะเลและ ทางอากาศ

 

  1. การขนส่งทางบก ความร่วมมือของอาเซียนในการสร้าง ถนนและทางรถไฟ มีเป้าหมายเพื่อสร้างเส้นทางขนส่งทางบกที่ เชื่อมโยงประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศนอกภูมิภาคเข้าด้วยกัน อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และอนุรักษ์ไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือนี้มีโครงการที่มีความสำคัญลำดับต้น (Flagship project) 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทางหลวงอาเซียนและโครงการ ทางรถไฟสายสิงคโปร์ – คุนหมิง
  2. การขนส่งทางน้ำในแผ่นดิน มีศักยภาพอย่างสูงในการ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า แต่ในปัจจุบันยังมีการใช้ประโยชน์ จากการขนส่งประเภทนี้น้อยมากในอาเซียน ในภูมิภาคอาเซียนมี เส้นทางขนส่งทางนำ้ ในแผ่นดินที่ใช้เดินเรือได้ถึง 51,000 กิโลเมตร ที่มีบทบาทในการพัฒนาการขนส่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกัมพูชา ลาว เมียนมาร์เวียดนามและไทย ฉะนั้นเมื่อคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ที่จะได้รับจากการเชื่อมโยง จึงควรมีการดำเนินการในเรื่องโครงสร้าง พื้นฐานพร้อมกับการปรับปรุงกฎระเบียบและการบริหารจัดการระบบ การเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำในแผ่นดิน
  3. การขนส่งทางทะเล อาเซียนได้กำหนดให้ท่าเรือ 47 แห่ง เป็นท่าเรือหลักในโครงข่ายการขนส่งอาเซียน (Trans – ASEAN transport network) การที่ท่าเรือเหล่านี้มีระดับการพัฒนาที่แตกต่าง กันทำให้มีประเด็นท้าทายหลายประการในการให้บริการขนส่งทางเรือ ที่มีประสิทธิภาพ อาทิ การจัดการด้านขนย้ายสินค้า สมรรถนะใน การรองรับการจอดเรือ ความสามารถในการบริหารการขนย้าย ซึ่ง การขนส่งทางบกและระบบโลจิสติกส์ รวมทั้งพิธีการศุลกากร การ ขนส่งทางทะเล เป็นการขนส่งที่มีความสำคัญมากที่สุด ในการค้า ระหว่างประเทศในแง่ของปริมาณการขนส่ง อย่างไรก็ดี จากดัชนี ของ UNCTAD Liner Shipping Index แสดงให้เห็นว่า ความ สามารถในการขนส่งทางทะเลของประเทศอาเซียน ยกเว้นสิงคโปร์ และมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ตำ่ มาก เมื่อเปรียบเทียบกับจีนและฮ่องกง การเชื่อมโยงภูมิภาคชายฝั่งทะเลของอาเซียนจำเป็นต้องมีเส้นทางการ เดินเรือที่มีประสิทธิภาพและมีความเชื่อถือได้เพื่อส่งผลให้เกิดการ เพิ่มพูนความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน
  4. การขนส่งทางอากาศ ประเด็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน การขนส่งทางอากาศ ท่าอากาศยานหลักในเมืองหลวงของประเทศสมาชิกอาเซียนควรมีทางวิ่งของเครื่องบินที่เพียงพอที่จะรองรับการ ใช้งานของเครื่องบินที่มีอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ท่าอากาศยาน บางแห่งยังคงประสบปัญหาในการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น โดยเฉพาะทางวิ่งของเครื่องบินและคลังสินค้า นอกจากการพัฒนา ท่าอากาศยานแล้วยังควรให้ความสำคัญต่อการบูรณาการระบบการ เดินอากาศและกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ รวมทั้งเส้นทางการบิน

1.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

สนับสนุนการพัฒนาและการปฏิบัติการของโครงข่ายการสื่อสาร ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน เทคโนโลยีและการสื่อสาร หมายรวมถึงโครงข่ายการสื่อสารชนิด ติดตั้ง เคลื่อนที่ และดาวเทียม รวมทั้งอินเทอร์เน็ต และซอฟต์แวร์ ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการจากความแตกต่างทางระบบดิจิทัลระหว่างประเทศ สมาชิกอาเซียนด้วยกันเอง ทั้งนี้ ต้องมีพันธกรณีจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะปรับปรุงขีดความ สามารถในการแข่งขันของภาคเทคโนโลยีและการสื่อสารของแต่ละประเทศ

1.3 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ความร่วมมืออาเซียนด้านพลังงานอยู่บนพื้นฐานของแผนปฏิบัติการความร่วมมือ ด้านพลังงานของอาเซียนปี 2542 – 2547 แผนปฏิบัติการฯ ปี 2548 – 2552 และแผนปฏิบัติการฯ ปี2553 – 2558 ได้มุ่งเน้นการเร่งรัดการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฉบับต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงด้านพลังงาน การเข้าถึงและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน สำหรับภูมิภาค โดยพิจารณาถึงข้อกังวลด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่อง โครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอาเซียน การสร้างแนวท่อก๊าซธรรมชาติ ในอาเซียน การใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดและพลังงานหมุนเวียน

  1. ความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ

ความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ หมายถึงการเชื่อมโยงกฎ ระเบียบต่าง ๆ ผ่านการจัดทำความตกลงระหว่างประเทศและความ ตกลงระดับภูมิภาค รวมทั้งพิธีสารต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ในการทำธุรกรรมทางการค้าสินค้าและสินค้าบริการตลอดจนการ เคลื่อนย้ายบุคคลข้ามพรมแดน

2.1 การอำนวยความสะดวกในการขนส่ง

อาเซียนได้มีข้อริเริ่มหลายประการในการอำนวยความ สะดวกทางการขนส่ง เพื่อสร้างระบบ โลจิสติกส์และระบบการ ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการเคลื่อนย้าย สินค้าและการเชื่อมโยงการขนส่งทางบก ทางทะเลและทางอากาศที่สะดวกราบรื่น ข้อริเริ่มเหล่านี้ได้แก่ ก) กรอบความตกลง อาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน ข) กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ค) กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามแดน แผนงานการรวมกลุ่มสาขาการบิน ง) แผนปฏิบัติการ อาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางน้ำในภูมิภาคอาเซียน

2.2 การเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรี

อาเซียนอยู่ในระหว่างการขจัดภาษี นำเข้าต่างๆ ระหว่างกันภายในภูมิภาคอาเซียน โดยระบบอัตราภาษี พิเศษร่วมสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งปัจจุบันได้บรรจุอยู่ในความ ตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิมทั้ง 6 จะมีอัตราภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ ในสินค้า 53,457 รายการคิดเป็นร้อยละ 99.11 ของรายการ สินค้าทั้งหมดภายใต้เขตการค้าเสรี

อาเซียนได้ให้การรับรองแผนงานในการลดมาตรการกีดกัน จากมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี แผนงานการจัดทำฐานข้อมูล มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีของชาติสมาชิก การกำหนดตาราง เวลาการกำจัดมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี การจัดทำแนวทาง และขั้นตอนการขออนุญาตนำเข้าที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ องค์การการค้าโลก ความปลอดภัยของอาเซียนเป็นมิติที่มีความ สำคัญในความร่วมมืออาเซียน เป้าหมายหลักได้แก่ การรับรองความ ปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าอาหารที่เข้าสู่ตลาดภายในและตลาดส่งออกในบริบทของการรวมกลุ่มอาเซียน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศุลกากรปี 2548 – 2553 การอำนวยความสะดวกทางการค้าเป็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อ ลดอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายสินค้าในภูมิภาคได้มีการดำเนินการไป แล้วหลายขั้นเพื่อให้สามารถนำสินค้าออกจากด่านภายในเวลาเฉลี่ย ไม่เกิน 30 นาที

2.3 การเคลื่อนย้ายบริการอย่างเสรี

แผนงานสำหรับการรวมตัวในสาขาการบริการทางการ ขนส่งได้รับการรับรองเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 เพื่อสร้างความ เข้มแข็งให้กับอาเซียนในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว และ ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันโดยการอำนวยความสะดวก ทางการค้าและการขนส่ง ภายใต้แผนการเปิดเสรีบริการทางการ ขนส่งซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน นั้น แผนงานดังกล่าวกำหนดให้มีการเปิดเสรีในด้านการบริการคลัง สินค้า โกดังเก็บสินค้า ระวางขนส่ง จัดส่งสินค้า หีบห่อ นำสินค้า ออกจากด่านศุลกากร บริการระวางขนส่งระหว่างประเทศ ยกเว้น การขนส่งภายในประเทศโดยบริษัทต่างชาติระวางขนส่งทางรถไฟ ระหว่างประเทศ และระวางขนส่งสินค้าทางบกบนเส้นทางระหว่างประเทศตามที่กำหนดไว้ในแผนงาน

2.4 การเคลื่อนย้ายการลงทุนอย่างเสรี

อาเซียนได้จัดทำความตกลงด้านการลงทุนฉบับ ใหม่เรียกว่า เอซีไอเอ ซึ่งประกอบด้วยข้อบทที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้ง ในประเด็นการเปิดเสรีการลงทุน การคุ้มครอง การอำนวยความ สะดวก และการส่งเสริมการลงทุน ความตกลงนี้ได้รวบรวมข้อริเริ่ม สองด้านไว้ด้วยกัน คือ ความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน อาเซียน และกรอบความตกลงเขตการลงทุนอาเซียน ที่จะให้ประโยชน์ ต่อนักลงทุนอาเซียนและนักลงทุนต่างชาติในอาเซียนโดยการบรรลุ การลงทุนที่เปิดกว้างและมีเสรีภายในปี2558

2.5 การเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือและการพัฒนามนุษย์

ในการก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ตลาดแรงงานอาเซียน เงื่อนไขที่จำเป็นในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงาน คือการจัดตั้งกรอบทักษะ ฝีมือแรงงานระดับประเทศ เป้าหมายหลักของโครงการนี้ ได้แก่ (1) ประสานมาตรฐานฝีมือระดับประเทศและระบบการให้การรับรอง ภายในประเทศอาเซียนเข้าด้วยกัน (2) ดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ในหมู่สมาชิกอาเซียนในการบรรลุมาตรฐานฝีมือและแนวปฏิบัติที่ สอดประสานกัน และ (3) บรรลุการเป็นตลาดแรงงานอาเซียนที่ มีคุณภาพ มีความสามารถ และได้รับการเตรียมการเป็นอย่างดี เพื่อก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี2558 นอกจากนี้ตามปฏิญญาชะอำ – หัวหิน ว่าด้วยการเสริมสร้าง ความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อบรรลุประชาคมอาเซียนที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน การส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือในอาเซียนควร ดำเนินการควบคู่ไปกับการรักษาและพัฒนามาตรฐานทางการศึกษา และวิชาชีพให้สอดคล้องความต้องการของอุตสาหกรรม ในการนี้ อาเซียนได้จัดทำความตกลงการยอมรับร่วมกัน เพื่ออำนวยความสะดวก ในการเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพ/แรงงานมีฝีมือ/ความสามารถ เฉพาะภายในภูมิภาค จำนวน 8 ฉบับ สำหรับวิชาชีพดังต่อไปนี้ ด้านวิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม ช่างสำรวจ ท่องเที่ยว แพทย์ ทันตแพทย์ และการบัญชี

2.6 ขั้นตอนการข้ามพรมแดน

กรอบความตกลงอาเซียน อาทิ (1) กรอบความตกลง อาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกใน การขนส่งสินค้าผ่านแดน (2) กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน และ (3) กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการ ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการอำนวยความ สะดวกในการขนส่ง ข้อริเริ่มอนุภูมิภาคก็มีส่วนช่วยส่งเสริมความพยายามของ อาเซียนในการปรับปรุงการอำนวยความสะดวกข้ามพรมแดนและ ความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบเช่นกัน อาทิ ความตกลงการขนส่ง ข้ามพรมแดนภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งเน้นประเด็นหลักในเรื่องการแลกเปลี่ยนสิทธิการขนส่งเชิงพาณิชย์ การตรวจสอบ ณ จุดเดียวและครั้งเดียวที่ด่านตรวจหลัก

  1. ความเชื่อมโยงด้านประชาชน

3.1 ด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ความร่วมมือใน 4 ด้านดังต่อไปนี้ได้รับการจัดลำดับให้มีความสำคัญสูง ได้แก่ 1) การส่งเสริมความตระหนักรับรู้เกี่ยวกับอาเซียนในหมู่พลเมือง โดยเฉพาะเยาวชน 2) การเสริมสร้างอัตลักษณ์อาเซียนผ่านการศึกษา 3) การสร้างทรัพยากรมนุษย์ของอาเซียนในสาขาการศึกษา และ 4) การเสริมสร้างการสร้างเครือข่ายของมหาวิทยาลัยอาเซียน ในการนี้ ความร่วมมือด้านการศึกษาตามปฏิญญาชะอำ – หัวหิน ว่าด้วยการ เสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อบรรลุประชาคมอาเซียน ที่เอื้ออาทรและแบ่งปันควรได้รับการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมความ ร่วมมือระดับภูมิภาคด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและบรรลุการเข้าถึง การศึกษาขั้นพื้นฐานโดยทั่วถึงทั้งภูมิภาคภายในปี2558 เครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียน จัดตั้งขึ้นในปี2538 เพื่อส่งเสริมการประสาน การศึกษาและโครงการวิจัยระหว่างนักวิจัยอาเซียน ปัจจุบันประกอบ ด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำ 22 แห่งในอาเซียน (ASEAN University Network : AUN) และให้การสนับสนุนการเคลื่อนย้ายของบุคลากร และนักศึกษาในภูมิภาคผ่านแผนงานหลัก 2 แผน ได้แก่ การรับรอง คุณภาพที่แท้จริงของเอยูเอ็นและระบบการโอนหน่วยกิตของอาเซียน ความท้าทายหลักที่ภาคการศึกษาต้องเผชิญ ได้แก่ การขาดโครงสร้าง พื้นฐานที่เห็นพ้องร่วมกันในการศึกษาขั้นสูง เพื่ออำนวยความสะดวก ในการเคลื่อนย้ายบุคลากรและเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักวิชาการ นักเขียน ศิลปิน สื่อสารมวลชนและนักศึกษา ตารางการเรียนที่ไม่ สอดคล้องกัน ความจำเป็นในการมีกระบวนการรับรองคุณภาพ การ รับรองคุณวุฒิ ข้อบทและกฎระเบียบภายในประเทศ รวมถึงการ ปรับปรุงคุณภาพของการศึกษาเพื่อฝึกอบรมแรงงาน

3.2 ด้านวัฒนธรรม

คณะกรรมการอาเซียนด้านวัฒนธรรมและสนเทศ (ASEAN Committee on Culture and Information: ASEAN COCI) จัดตั้ง ขึ้นในปี 2521 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในสาขาวัฒนธรรมและ สนเทศเพื่อส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันและความเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน ในบรรดาประชาชนอาเซียนและขยายการพัฒนาไปสู่ระดับภูมิภาค ใน แต่ละปีมีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมความสามารถ พิเศษและเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักวิชาการ นักเขียน ศิลปิน สื่อสารมวลชนและนักศึกษา อาทิค่ายเยาวชนอาเซียน รางวัลข่าวโทรทัศน์อาเซียนของเครือข่ายเอเชียวิชั่น และโครงการสร้างนักข่าวอาเซียน

3.3 ด้านการท่องเที่ยว

ข้อริเริ่มต่าง ๆ ด้านการท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกอาเซียน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตามที่ปรากฏในแผนงานด้านการท่องเที่ยวของ อาเซียนระหว่างปี2547 – 2553 ได้พยายามส่งเสริมให้อาเซียน เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว โดยการเปิดเสรีการค้า บริการด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แม้อาเซียนจะประสบความสำเร็จในด้านการส่งเสริมการ ท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีประเด็นท้าทายที่อาเซียนจะต้องร่วมกันแก้ปัญหา กล่าวคือ การจัดทำข้อกำหนดการตรวจลงตราให้เป็นมาตรฐาน เดียวกัน การใช้ระบบประกันประเภทที่ 3 แก่นักท่องเที่ยวที่เป็น มาตรฐานสากล การจัดมาตรฐานบริการด้านการท่องเที่ยวของ อาเซียน และการปรับปรุงยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว

ที่มาของข้อมูล: http://www.aseanthai.net/download/thai-asean2.pdf